086 316 7436 ,  086-3621960 , 080-2145470 , 02-7560335

รู้จักเมืองซาปา-เวียดนาม

by : Manasya   update : 22 พ.ย. 61

แชร์ประสบการณ์ เที่ยวเมืองซาปา


           ทัวร์เวียดนามทริปนี้ เราจะพาไปรู้จักเมืองซาปากันค่ะ ซึ่งในอดีตพื้นที่แถบจังหวัดลาวไกมีโจรภูเขาค่อนข้างมาก (โดยเฉพาะพวกชาวเขา) เพื่อคอยปล้นเรือสินค้าที่เดินทางระหว่างเวียดนามกับจีน แต่เมื่อชาติตะวันตกอย่างฝรั่งเศสได้เข้ายึดครองเวียดนามปี ค.ศ. 1886 กองทัพฝรั่งเศสก็เข้ามาในพื้นที่ลาวไก เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับชายแดนจีน และเปิดเส้นทางการค้าไปยังประเทศจีนฝ่านทางมณฑลยูนนาน (Yunnan) ก่อนที่ในปี ค.ศ.1901  จะรุกคืบไปตั้งค่ายที่เมืองซาปา (ฝรั่งเศสเรียกว่า ซาปา) โดยบังคับ ให้ชาวเขาเผ่าม้งดำที่อาศัยอยู่ อพยพออกไปทางทิศตะวันตก (ห่างออกไป 6 กิโลเมตร)


            หลังจากนั้นในปี ค.ศ.1906 เส้นทางรถไฟจากฮานอยมาลาวไกก็เสร็จสมบูรณ์ ทำให้ผู้คนเดินทางมาซาปากันมากขึ้น และด้วยสภาพแวดล้อมที่มีทั้งธรรมชาติสวยงามและอากาศบริสุทธิ์ จึงได้ก่อตั้งโรงพยาบาลทหารขึ้นในปี ค.ศ.1913 ก่อนที่ทางการฝรั่งเศส จะตั้งให้เป็นเมืองหลวงช่วงฤดูร้อน ในเวลาต่อมา ถึงนี้ซาปาเริ่มเป็นที่รู้จักและได้ความนิยมมากขึ้น สาธารณูปโภคต่างๆ รีสอร์ต ตลอดจนโบสถ์และคอนแวนต์  ได้ถูกสร้างขึ้นมาตามลำดับ ทว่าสงครามระหว่างกองกำลังเวียดมินห์กับกองทัพฝรั่งเศสได้สร้างความเสียหายให้เมืองอย่างมาก กว่าซาปาจะเริ่มฟื้นตัวอีกครั้งต้องรอถึงปี ค.ศ.1960 โน่น และเปิดให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้เข้ามาเที่ยวเวียดนาม-ซาปา เข้ามาเที่ยวได้ในปี ค.ศ.1993 นับแต่นั้นซาปาก็พัฒนาอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นแหล่งเที่ยวชื่อดังทุกวันนี้ 

            ระยะทางจุดนี้ไปถึงตัวเมือง 3 กิโลเมตร ไม่ใช่ปัญหาเลยนะคะ ยิ่งอากาศเย็นๆ แถววิวสวยแบบนี้ด้วยแล้วยิ่งเป็นเรื่องง่าย แต่ความจริงมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น เพราะแค่เดินมาได้ไม่กี่ร้อยเมตรก็ทำเอาเราสองคนถึงกับหอบแล้ว เนื่องจากตลอดเส้นเป็นทางชันที่ต้องเดินเขาตลอดนั่นเอง ในที่สุดก็เข้าสู่สถานการณ์ปกติและการจราจรกำลังจะเปิดในไม่ช้า เราจึงตัดสินใจยืนรอขึ้นรถบัสประจำทางคันเดิมที่นั่งมา ระหว่างรอก็แอบลุ้นว่าคนขับจะจำเราได้หรือเปล่า (กลัวต้องจ่ายเงินใหม่กับเขาไม่จอดรับ) โชคดีที่พี่คนขับจำได้ เลยโบกมือเรียกเราสองคนให้กลับขึ้นไปบนรถและไม่คิดเงินใหม่ด้วย

             พวกเรานั่งรถต่อมาอีกราว 30 นาที รถบัสประจำทางก็มาจอดสุดสายตรงด้านข้างโบสถ์ซาปา เบ็ดเสร็จรวมระยะเวลาเดินทางตั้งแต่นั่งรถบัสประจำทางจากสถานีลาวไกมาถึงตัวเมืองซาปา ตกประมาณชั่วโมงครึ่ง ไม่เกิน 2 ชั่วโมง (ไม่รวมเวลาที่ต้องจอดรอถนนเปิดการจราจรนะคะ แต่ถ้ามารถมินิแวนใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง) และเพื่อไม่ให้เสียเวลาเที่ยว สิ่งแรกที่เมกับพี่โจ้ต้องทำคือ เช็กอินเข้าที่พัก “โรงแรมซาปายูนิค”

เส้นทางไปโรงแรม


               จากป้ายรถบัสประจำทาง พวกเราเดินไปทางซ้ายมือ (หันหน้าออกป้าย) พอถึงทางแยกจึงข้ามถนนเข้าสู่ถนนฟามซวนฮวน ด้านซ้ายมือ ซึ่งผ่านหน้าโบสถ์ซาปาพอดี โดยบรรยากาศตอนนี้กำลังคึกคัก เพราะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและพ่อค้าแม่ค้าในชุดชาวเขา เรียกว่า ช่วงที่เราเดินทางก็มีหลายคนแวะเวียนเข้ามาทักทาย ก่อนพยามยามเสนอขายสินค้าของตัวเอง แต่ตอนนี้เราสองคนกำลังรีบอยู่ เลยต้องขอผ่านไปก่อน

                พอพ้นโบสถ์ได้นิดหนึ่ง ก็เลี้ยวขวาเดินลงบันไดไปตามถนนเตวติญ ซึ่งทะลุสู่ถนนเกิ่วมัย อันเป็นถนนเส้นหลักของเมือง แต่พอลงมาถึงถนน Cau May แล้วก็ต้องแปลกใจเล็กน้อย เพราะตามที่วางไว้ เราจะเดินทะลุตลาดซาปา สัมผัสวิถีชีวิตชาวเขาที่ตลาดไปยังโรงแรมซาปายูนีคอีกที 

                ความที่มาถึงโรงแรมก่อนเวลาเช็กอินพอสมควร (ประมาณเก้าโมง) บวกกับแขกที่เข้าพักอยู่ยังไม่เช็กเอาท์ จึงไม่มีห้องว่างให้พวกเราเช็กอินก่อนเวลา  เราจึงตัดสินใจฝากกระเป๋าไว้กับพนักงาน ก่อนแยกย้ายไปทำธุระส่วนตัว เอาไว้ค่อยกลับมาเช็กอินตอนเที่ยงๆ ตามเวลาปกติละกัน

                ก่อนไปตะลุยเที่ยวเมืองซาปาตามแผนที่วางไว้ เราก็จัดการเรื่องปากท้องกันเสียก่อน โดยมื้อนี้พวกเราวางแผนฝากท้องง่ายๆ ที่ร้านเนจอร์วิว ซึ่งอยูไม่ไกลจากโรงแรมซาปายูนีค โดยจากโรงแรมแค่เลี้ยวซ้าย แล้วเดินตรงไปตามถนน Fansipang ประมาณ 200 เมตร ก็พบร้านตั้งอยู่ซ้ายมือแล้วค่ะ ทั้งนี้ความโดดเด่นของร้าน ร้านเนเจอร์วิวไม่ใช่อยู่ที่อาหารนะคะ แต่กลับเป็นวิวสวยๆ ของเมืองซาปานี่ล่ะ ประมาณว่ากินไปชมวิวไป ทว่าพอมาถึงหน้าร้านบรรยากาศดูเงียบๆ มาก จนอดคิดไม่ได้ว่าร้านเปิดหรือยัง ในระหว่างที่พวกเรากำลังยืนปรึกษากันอยู่นั้น พนักงานก็เปิดประตูออกมาเชิญให้เข้าไปนั่งด้นใน ก่อนแยกตัวไปทำความสะอาดต่อ ดูๆแล้วพวกเราน่าจะเป็นลูกค้ารายแรกของวันนั้นแน่ๆ

              ด้วยความหิวอย่างเต็มที่ เช้านี้พวกเราเลยขอจัดเต็มด้วยเมนูอาหารชุดทั้ง 2 คน เริ่มจากที่เราเลือกอาหารเช้ารุปแบบตะวันตกบิ๊กเมาน์เทนเบรกฟาสต์ ที่ประกอบด้วยสลัดผลไม้โยเกิร์ต เบคอนไข่ บาแกตต์ และเครื่องดื่ม (ชาหรือกาแฟเวียดนาม) ในราคา 1 แสนด่อง ขณะที่เราเลือกอาหารชุดท้องถิ่นราคา 95,000 ซึ่งในชุดประกอบด้วยเปาะเปี๊ยะ (ทอดหรือสด) ไก่ผัดซอนน้ำผึ้ง ผัดผักรวมมิตร และข้าวเปล่า

              ด้านรสชาติอาหารถือว่าอยู่ระดับกลางๆ ไม่โดดเด่นมากนัก แต่เน้นที่รสชาติจัดจ้านกับเครื่องเยอะเข้าว่า เพราะอย่างที่บอกไปว่า จุดเด่นของทางร้านคือวิวสวยๆ ของเมืองซาปานั่นเอง เสียดายช่วงที่โชคไม่เข้าข้างเช้านี้หมอกลงจัดมาก ฟ้าไม่เปิดให้ชมบรรยากาศเลยสักนิด เราสองคนจึงได้แต่ชมหมอกขาวโพลน ชนิดเห็นวิวนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น
ดูเพิ่มเติม
คุณชอบบทความนี้ใช่มั้ย?
กดแชร์ต่อ ให้เพื่อนของคุณ และ 
คลิก Like เพื่อติดตามเราได้ที่ www.facebook.com/angelstartravels/
โปรแกรมทัวร์ที่เกี่ยวข้อง
tag ที่เกี่ยวข้อง
รีวิวทริป

บริษัททัวร์คุณภาพ Angel Star Travel      ● นโยบายเว็ปไซต์   ● แผนผังเว็บไซต์   ● คำถามที่พบบ่อย
Copyright © 2017 angelstartravel All Rights Reserved. Power BY applezeed.com
X