086 316 7436 , 027560334-5

5 วัดน่าเที่ยวนครพนม

by : Manasya   update : 19 ก.พ. 63

            ครั้งหนึ่ง นครพนมคือจังหวัดที่ครองแชมป์ระยะทางไกลจากกรุงเทพฯมากที่สุดในภาคอีสาน ด้วยระยะทาง 740 กิโลเมตร (ปัจจุบันเสียแชมป์ไปให้กับจังหวัดบึงกาฬไปแบบเฉือนกันหวุดหวิดเพียงแค่ 11 กิโลเมตรเท่านั้น)  แต่นั่นคงไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้วิถีชีวิตของคนที่นี่ค่อนข้างสงบและเรียบง่าย ฉันคิดว่าน่าจะเป็นเพราะความพอใจและมีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่มากกว่าที่ทำให้จังหวะชีวิตของที่นี่เปี่ยมไปด้วยความสุขสงบจนผู้มาเยือนสัมผัสได้

5 วัด  บนถนนสุนทรวิจิตร



            สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจังหวัดนครพนม ถนนสุนทรวิจิตรที่เลาะเลียบริมโขงในเขตเทศบาลเมืองนครพนมเป็นเส้นทางที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง นอกจากบรรยากาศร่มรื่นริมเขื่อนและวิวแม่น้ำพร้อมทิวเขาฝั่งลาวซับซ้อนที่สวยสุดใจแล้ว ถนนสายนี้ยังเป็นที่ตั้งของสถานที่ที่น่าไปเยี่ยมเยียนอีกหลายแห่ง รวมถึง “ห้าวัด หนึ่งโบสถ์” อันหมายถึง วัดในศาสนาพุทธ 5 แห่ง และโบสถ์ในศาสนาคริสต์อีก 1 แห่ง ที่ฉันเลือกจัดเข้าไว้ในโปรแกรมเยี่ยมชมเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยในการเยือนเมืองงามริมโขงแห่งนี้ด้วย
เริ่มต้นที่วัดพระอินทร์แปลง  ซึ่งเรียกตามพระประธานคือ “หลวงพ่อพระอินทร์แปลง” พระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามและเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองนครพนมมานานนับพันปี แถมยังมีประวัติที่น่าทึ่งที่เล่ากันว่าตอนที่หล่อพระพุทธรูปองค์นี้ ทำอย่างไรก็ไม่สามารถหล่อส่วนเศียรพระได้ จนพระอินทร์ต้องแปลงพระองค์ลงมาช่วยสร้าง จึงได้พระพุทธรูปที่มีพระพักตร์ประณีตงดงามราวเทพเนรมิต จะงดงามขนาดไหนนั้นต้องลองมาพิสูจน์ด้วยตัวเองค่ะ


            วัดที่ 2 คือ วัดมหาธาตุ ที่มี “พระธาตุนคร” ปูชนียสถานเก่าแก่ที่บรรจุพระอรหันต์ธาตุ และเป็นพระธาตุประจำวันเกิดสำหรับผู้เกิดวันเสาร์ด้วย (ที่นครพนมจะมีพระธาตุประจำวันเกิดครบทั้งเจ็ดวัน พระธาตุนครเป็นแห่งเดียวที่อยู่ในอำเภอเมือง)


           วัดที่ 3 คือถัดมาคือ วัดกลาง ที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อองค์ตื้อ”  พระพุทธรูปปูนปั้นศิลปะล้านช้างหรือศรีโคตรบูร ที่มีความเชื่อว่าหากผู้ใดได้มากราบนมัสการพระองค์ตื้อและบักบาตรที่วัดกลางแล้ว ชีวิตจะได้พบแต่ความเที่ยงธรรมเป็นกลางในทุกๆ เรื่อง


             ออกจากวัดกลาง ถนนสุนวิจิตรยังคงพาเราเลียบริมโขงต่อมา ยังวัดที่น่าสนใจอีกแห่ง นั่นคือ “วัดโพธิ์ศรี” ความสำคัญของวัดนี้คือ เป็นที่ประดิษฐาน “พระทอง” พระพุทธรูปรองสำริดปางมารวิชัย ศิลปะล้านช้าง ทุกปีในวันเพ็ญเดือน 6 หรือวันวิสาขบูชาจะมีประเพณีสรงน้ำ “พระทองและพระเทียม” อันเป็นพระพุทธรูปคู่กัน ฉันก็แปลกใจเพราะคุ้นเคยว่าการสรงน้ำพระพุทธรูปมักจะทำกันในวันสงกรานต์ แต่ที่นี่พิเศษค่ะ ว่ากันว่าในอดีตพิธีสรงน้ำพระทองก็เคยทำกันในวันสงกรานต์นั่นแหล่ะ แต่มักจะเกิดพายุและฝนตกหนักทุกครั้ง จึงได้เปลี่ยนมาสรงน้ำในวันเพ็ญเดือน 6 แทน


            สำหรับวัดที่ 5 ซึ่งเป็นวัดสุดท้ายตามโปรแกรม คือ วัดโอกาส วัดนี้อยู่ติดกับ ตลาดอินโดจีน แหล่งซื้อขายของฝากและสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านยอดนิยม วัดโอกาส หรือชื่อเต็ม วัดโอกาสศรีบัวบาน  วัดนี้ไม่เพียงเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองนครพนม แต่ยังมีความสำคัญเพราะเป็นที่ประดิษฐาน “พระติ้ว – พระเทียม” พระพุทธรูปคู่แฝดบางมารวิชัยที่มีตำนานเก่าแก่ ตั้งแต่ครั้งอาณาจักรศรีโคตรบูรโบราณ โดยองค์พระติ้วนั้นสลักจากไม้ติ้วด้วยทองคำ ส่วนพระเทียมนั้นสลักจากไม้เช่นกันแต่ไม่ได้บุทอง หากแต่ลงรักปิดทองคำเปลวแทน

ดูเพิ่มเติม
คุณชอบบทความนี้ใช่มั้ย?
กดแชร์ต่อ ให้เพื่อนของคุณ และ 
คลิก Like เพื่อติดตามเราได้ที่ www.facebook.com/angelstartravels/
โปรแกรมทัวร์ที่เกี่ยวข้อง
tag ที่เกี่ยวข้อง
รีวิวทริป

บริษัททัวร์คุณภาพ Angel Star Travel      ● นโยบายเว็ปไซต์   ● แผนผังเว็บไซต์   ● คำถามที่พบบ่อย
Copyright © 2017 angelstartravel All Rights Reserved. Power BY applezeed.com
X